กองกำลังเฉพาะกิจกองเรือแอตแลนติกของกองทัพเรือสหรัฐในปีพ.ศ. 2502 เรือดังกล่าวประกอบด้วยเรือบรรทุกอากาศยาน 1 ลำ เรือดำน้ำ 2 ลำ และเรือพิฆาต 7 ลำ
เรือนาวี[หมายเหตุ 1] (อังกฤษ: naval ship หรือ naval vessel) คือเรือทหาร (military ship) ที่กองทัพเรือใช้ เรือนาวีแตกต่างจากเรือพลเรือนตามโครงสร้างและวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปแล้ว เรือนาวีจะทนทานต่อความเสียหายและมีการติดตั้งระบบอาวุธ แม้ว่าการติดอาวุธในเรือลำเลียงทหารจะเป็นอาวุธเบาหรือไม่มีเลยก็ตาม
เรือนาวีที่ออกแบบมาเพื่อการรบทางเรือโดยเฉพาะ เรียกว่าเรือรบ (warship) ตรงข้ามกับเรือช่วยรบ (auxiliary ships) หรือเรือที่กำลังต่อในอู่ต่อเรือ (shipyard operation)
การจำแนกประเภทเรือนาวี
เรือของกองทัพเรือสหรัฐ และกองทัพเรือฟิลิปปินส์ในทะเลซูลูเมื่อปี พ.ศ. 2548
การจำแนกประเภทของเรือนาวี เป็นสาขาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและไม่ได้เป็นสาขาที่มีข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ ดังนั้นบทความนี้จึงใช้ระบบเดียวกับที่กองทัพเรือสหรัฐใช้ในปัจจุบัน
- เรือบรรทุกอากาศยาน – เรือที่ทำหน้าที่เป็นสนามบินเคลื่อนที่ทางทะเล ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์หลักในการดำเนินการรบโดยอากาศยานบนเรือบรรทุกเครื่องบินซึ่งทำการโจมตีเป้าหมายทางอากาศ ทางผิวน้ำ ใต้ผิวน้ำ และบนชายฝั่ง
- เรือผิวน้ำ – เรือผิวน้ำขนาดใหญ่ติดอาวุธหนัก ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับกองกำลังศัตรูในทะเลหลวงโดยเฉพาะ โดยรวมถึงเรือหลายประเภท เช่น เรือประจัญบาน เรือลาดตระเวน เรือพิฆาต เรือฟริเกต และเรือคอร์เวต
- เรือดำน้ำ – ประเภทเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะใช้งานเป็นยานรบ ยานช่วยรบ หรือยานวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีศักยภาพในการรบเหลืออยู่บ้าง
- ภารกิจนอกชายฝั่ง[2] – เรือที่มีภารกิจที่อาจขยายออกไปนอกเหนือจากการป้องกันชายฝั่ง และมีลักษณะเด่นคือ มีความคงทนเพียงพอและสามารถรักษาการอยู่ในทะเลได้ โดยมีศักยภาพในการปฏิบัติการเกิน 48 ชั่วโมงในทะเลหลวงโดยไม่ต้องมีการสนับสนุน
- การสงครามสะเทินน้ำสะเทินบก – เรือที่มีความสามารถในการโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกและมีคุณลักษณะที่ทำให้สามารถปฏิบัติการระยะยาวในทะเลหลวงได้
- การส่งกำลังบำรุงการรบ – เรือที่มีความสามารถในการส่งกำลังบำรุงให้หน่วยกองเรือระหว่างเดินทาง
- การสงครามทุ่นระเบิดใต้น้ำ – เรือที่ทำหน้าที่หลักในการสงครามทุ่นระเบิดในทะเลหลวง
- การรักษาฝั่ง – เรือที่มีหน้าที่หลักในการตรวจการณ์และสกัดกั้นใกล้ฝั่ง
- การลำเลียงทางทะเล – เรือที่มีความสามารถในการสนับสนุนวัสดุโดยตรงให้กับหน่วยอื่นที่ประจำการอยู่ที่ไกลจากฐานทัพหลัก
- เรือสนับสนุน เช่น เรือบรรทุกน้ำมันและเรือช่วยรบที่ออกแบบมาเพื่อปฏิบัติการในมหาสมุทรเปิดที่สามารถคงทนต่อระดับความแปรปรวนของทะเล เพื่อให้การสนับสนุนทั่วไปแก่กองกำลังรบหรือหน่วยงานบนฝั่ง (รวมถึงเรือช่วยรบขนาดเล็กซึ่งโดยปกติแล้วจะปฏิบัติการในน่านน้ำชายฝั่ง)
- ประเภทเรือบริการ – เรือที่ขึ้นตรงต่อกองทัพเรือ (รวมทั้งเรือที่ไม่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง) ออกแบบมาเพื่อให้การสนับสนุนทั่วไปแก่กองกำลังรบหรือหน่วยงานบนชายฝั่ง
ขนาด
ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์ (CVN-65) ซึ่งเป็นเรือรบที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ใกล้เมืองพอร์ตสมัธ ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2547
เรือนาวีผิวน้ำสมัยใหม่ จะแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ โดยเรียงตามลำดับขนาด (จากใหญ่ไปเล็ก) เรือขนาดใหญ่ในรายการสามารถจัดอยู่ในประเภทเรือรบหลัก[1] (capital ship) ได้เช่นกัน
ปัจจุบันเรือบางชั้นข้างต้นอาจถือว่าล้าสมัยแล้ว เนื่องจากไม่มีเรือที่ตรงกับชั้นดังกล่าวประจำการในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีความคลุมเครือและไม่ชัดเจนระหว่างชั้นเรือต่าง ๆ มากมาย ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ประวัติ และการตีความชั้นเรือโดยกองทัพเรือแต่ละแห่ง
เรือช่วยรบ
เรือบรรทุกน้ำมัน ยูเอสเอส พาทูเซ็นท์ (T-AO-201) กำลังส่งกำลังบำรุงให้กับเรือเอชเอ็มเอส ดอว์นเลสส์ ในปี พ.ศ. 2555
HNoMS Haakon VII (A537) เรือฝึกของกองทัพเรือนอร์เวย์ ใกล้กับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อปีพ.ศ. 2513 เรือลำนี้เคยทำหน้าที่เป็นเรือฝึก USS Gardiners Bay (AVP-39) จนถึงปี พ.ศ. 2501
กองทัพเรือยังใช้เรือช่วยรบเพื่อการขนส่งและวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่การรบ เรือช่วยรบแบ่งตามบทบาทหน้าที่ได้ดังนี้
ดูเพิ่ม
หมายเหตุ
- ↑ ไม่มีศัพท์บัญญัติอย่างเป็นทางการ แต่มีความหมายในภาพรวมที่กว้างกว่าเรือรบ (warship) ซึ่งเป็นเรือสำหรับการทำการรบ โดยการใช้งานคำว่า naval ส่วนใหญ่ให้ความหมายถึง ทหารเรือ การทัพเรือ กองทัพเรือ ทางเรือ ทางทะเล และนาวี[1]
อ้างอิง
แหล่งข้อมูลอื่น